23 ก.ย. 2569

กยท. ชู Thai Traceability สร้างแต้มต่อ ฝ่ากำแพงภาษี-มาตรา 301 ลุยตลาดโลก

กยท. ชู Thai Traceability สร้างแต้มต่อ ฝ่ากำแพงภาษี-มาตรา 301 ลุยตลาดโลก
กยท. เตรียมข้อมูลสนับสนุนการเจรจากำแพงภาษีและมาตรา 301 ของสหรัฐฯ พร้อมชู Thai Traceability เชื่อมข้อมูล ROTJS-TRT ยกระดับมาตรฐานยางไทย เพิ่มอำนาจต่อรองและโอกาสเข้าถึงตลาดโลก

วันที่ 23 ก.ย.69 นายศันสนะ สุริยะโยธิน กรรมการการยางแห่งประเทศไทย รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท. ได้เร่งเตรียมความพร้อมรับมืออุปสรรคทางการค้าและมาตรการกำแพงภาษีจากต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีมาตรการตามมาตรา 301 ของสหรัฐอเมริกา และเงื่อนไขทางการค้าในตลาดสากล โดย กยท. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการขับเคลื่อนการเจรจาระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล (G2G) เพื่อแก้ไขปัญหามาตรการทางภาษีนำเข้าที่ไม่เท่าเทียมกัน

ในการนี้ กยท. ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนข้อมูลเชิงเทคนิค สภาพการผลิต และเงื่อนไขต่างๆ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญให้ภาครัฐนำไปใช้เจรจาลดภาระต้นทุนภาษีนำเข้า และปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางไทย ขณะเดียวกัน กยท. ได้ชูการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ หรือ Thai Traceability เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างแต้มต่อสำหรับการเจรจาทางการค้า เนื่องจากมาตรการตรวจสอบย้อนกลับถือเป็นเงื่อนไขทางการค้าใหม่ที่ประเทศผู้ซื้อในตลาดโลกนำมาใช้กำหนดเป็นเกณฑ์นำเข้า การที่ประเทศไทยมีความพร้อมในการปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าว จึงเป็นปัจจัยเชิงบวกที่ช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองทั้งในมิติของราคาสินค้าและการเข้าถึงตลาด ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ยางพาราของไทยสามารถเข้าถึงและคว้าส่วนแบ่งทางการค้าในตลาดโลกได้ก่อนประเทศคู่แข่ง

นอกจากนี้ กยท. ยังได้สร้างกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับที่ครอบคลุมทั้งระบบ เพื่อยืนยันความพร้อมของยางพาราไทยในระดับสากล โดยการเชื่อมโยงระบบข้อมูลแปลงปลูกและโฉนดที่ดิน (ROTJS) เข้ากับระบบการซื้อขายยางพาราออนไลน์ TH Rubber Trade (TRT) ซึ่งการเตรียมความพร้อมทั้งระบบฐานข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยยืนยันมาตรฐานผลผลิตยางพาราไทย พร้อมสนับสนุนภารกิจของภาครัฐในการเจรจาก้าวข้ามกำแพงภาษีและอุปสรรคทางการค้าในระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ



ที่มา : สยามรัฐ