นายกน้ำยางข้นชี้ ‘ยางขาขึ้น’ ลุ้นแตะ 100 บาท รับสงคราม-น้ำมันแพง
เข้าสู่ช่วงต้นฤดูกาลเปิดกรีดยางพาราปีนี้ ท่ามกลางความหวังของเกษตรกรไทย หลังราคายางเริ่มทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อน “ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “นายพงศ์นเรศ วนสุวรรณกุล” นายกสมาคมนํ้ายางข้นไทย ถึงทิศทางอุตสาหกรรมยางพาราไทย ปี 2569 ภายใต้บรรยากาศเชิงบวก แต่ยังมีความท้าทายรอบด้านที่ต้องจับตา ทั้งปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบต่อต้นทุนพลังงานโดยตรง ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญโจทย์ยากอย่าง “Stagflation” หรือภาวะที่ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น แต่กำลังซื้อและความต้องการบริโภคกลับชะลอตัวลง ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางตลาดยางพารา
เปิดกรีดยางสะดุดฝน-โลกป่วน ดันราคาสูง
นายพงศ์นเรศ กล่าวว่า สถานการณ์ยางพาราในช่วงเริ่มต้นฤดูเปิดกรีดปีนี้ว่า เกษตรกรเริ่มลงมือกรีดยางแล้วตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ปริมาณนํ้ายางที่ออกสู่ตลาดยังมีไม่มากนักเนื่องจากเริ่มมีฝนตกในหลายพื้นที่ ขณะที่ปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังไม่มีเสถียรภาพ ส่งผลให้ราคานํ้ามันดิบผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนยางสังเคราะห์ที่เป็นผลพลอยได้จากปิโตรเลียม ทำให้ยางธรรมชาติทุกประเภทได้รับอานิสงส์และยังคงมีฐานราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันตลาดกำลังเข้าสู่สภาวะ Stagflation หรือสภาวะที่ข้าวของแพงขึ้นแต่กำลังซื้อลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ยํ่าแย่ ต้นทุนการผลิตและขนส่งปรับตัวสูงขึ้นตามราคานํ้ามันดิบ ซึ่งกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสารเคมี พลาสติก และยางพารา
สำหรับแนวโน้มราคายางในปีนี้ นายพงศ์นเรศมองว่าทั้งนํ้ายางสด นํ้ายางข้น และยางแผ่นดิบ ยังมีอนาคตที่ดี แต่อยู่ที่การปรับฐานราคาให้เหมาะสมกับกลไกตลาด โดยคาดการณ์ว่า หากราคานํ้ามันดิบยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคายางพาราน่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 60-80 บาทต่อกิโลกรัม แต่หากสถานการณ์สงครามรุนแรงจน นํ้ามันพุ่งแตะ 150 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาก็มีโอกาสทะลุ 100 บาท หรือเลข 3 หลักได้
ในส่วนของปริมาณผลผลิต นายพงศ์นเรศประเมินว่า การส่งออกยางพาราในปีนี้ไม่น่าจะแตกต่างจากปีที่แล้วมากนัก เนื่องจากจุดตํ่าสุดของการโค่นต้นยางได้ผ่านพ้นไปแล้ว แม้ภาคใต้จะมีการโค่นต้นยางเพื่อเปลี่ยนไปปลูกปาล์มหรือทุเรียนบ้างจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน แต่กระแสทุเรียนที่เริ่มเบาลงทำให้ตลาดเริ่มกลับมาสมดุล ทั้งนี้สิ่งที่น่ากังวลคือสภาวะอากาศในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งพยากรณ์อากาศระบุว่าจะมีฝนตกหนักโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ช่วงปลายปี หากฝนตกหนักจะทำให้ไม่สามารถกรีดยางได้และส่งผลต่อการควบคุมปริมาณผลผลิตในตลาด
.
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ